Type

ประเภทและพันธุ์สัตว์ของโค

ประเภทและพันธุ์สัตว์ของโค Type of cow

ความหมายประเภทของโค type of cow หมายถึง รูปทรงของสัตว์ที่แสดงถึงการให้ประโยชน์ของสัตว์พันธุ์สัตว์ breed หมายถึง กลุ่มสัตว์ที่มีลักษณะเหมือนกันมากในทางพันธุกรรม ทำให้สามารถแบ่งแยกจากกลุ่มอื่นที่อยู่ในชนิดเดียวกัน และสามารถถ่ายทอดจากชั่วหนึ่งไปยังอีกชั่วหนึ่งได้ เมื่อนำมาผสมพันธุ์กันเองจะให้ถูกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่อย่างสม่ำเสมอ 

Type of cow พันธุ์เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญและถูกพัฒนาตามความต้องการของมนุษย์

สัตว์พันธุ์ดีจะทำให้ประสิทธิภาพการผลิตของฟาร์มสูง เนื่องจากสัตว์พันธ์ดีจะมีสมรรถภาพในการสืบพันธ์ดี มีอัตราการเจริญเติบโตสูง มีประสิทธิภาพการใช้อาหารดี ให้ผลผลิตสูง ตลอดจนมีคุณภาพซากดี

ตัวอย่างประเภทและพันธุ์โค

เป็นสัตว์สี่กระเพาะอยู่ในตระกูล (family) Bovidae มีก็บคู่ เขากลวง และเคี้ยวเอื้องเคี้ยวเอื้อง หมายถึง กินอาหารหญ้าแล้วสำรอกออกมาเคี้ยวใหม่อีกครั้งหนึ่ง) จึงเรียกว่า สัตว์เคี้ยวเอื้อง มีความสามารถในการเปลี่ยนอาหารหยาบที่มีราคาถูกและคุณค่าทางอาหารต่ำให้เป็นเนื้อหรือนมที่มีคุณค่าทางอาหารสูง จัดอยู่ในเผ่า (genus) ชื่อ Bos แบ่งออกเป็นหลายชนิด speciesสามารถจัดแบ่งผ่าตามความคล้ายคถึงกันของโครงร่างและกำเนิดออกเป็น 4 หมู่ คือ

  1. Taurine ได้แก่ โคยุโรป (Bos taurus) และโคอินเดีย (Bos indicus) ซึ่งในปัจจุบันนับว่าเป็นหมู่โดที่มีมากที่สุดในโลกและเป็นสัตว์เลี้ยงที่ให้ประโยชน์แก่มนุษย์มากมายทีเดียว
  2. Bibovine ได้แก่ โคป้าอยู่ในเอเชียอาคเนย์ ปัจจุบันมีเหลืออยู่น้อย เช่น กระทิง (Bosgaurus) โคแดง (Bos bunteng) เป็นต้น
  3. Bisontine ได้แก่ กระบือทุ่งอเมริกา (Bos bison) จามร (Yak) แถบธิเบต เป็นต้น
  4. Bubaline ได้แก่ กระบือทั้งหลายรวมถึงกระบือบ้าน (Bos bubalus) ที่เลี้ยงเป็นสัตว์ใช้งานที่สำคัญของชาวนาและยังมีกระบือป้าอีกหลายชนิดโคหมู่ที่สำคัญที่สุดคือ Taurine มี 2 ชนิด ปัจจุบันโดที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างกว้างขวาง ได้แก่ โคยุโรปและโคอินเดีย

โคยุโรป (Bos taurus)

มีถิ่นกำเนิดในภาดกลางของทวีปยุโรป ไม่มีตระโหนก (hump) มีแนวหลังตรง หมนตั้ง หัวสั้นกว้าง เหนียงคอและหนังพื้นท้องไม่หย่อนยาน หนังหนา หนังยึดติดร่างแน่น ขนขึ้นเอนราบชิดผิวหนัง กระดูกสะโพกกว้าง นูนเด่น ขาสั้นเดินช้า โตเต็มวัยเมื่ออายุประมาณ 4-5 ปี ให้เนื้อและนมมาก ไม่ทนต่อเห็บและแมลง แบ่งออกเป็น 4 ชนิดบ่อย (subspecies) คือ

  1.  primigenous เป็นโดชนาคใหญ่ ขนาดสูงถึง 1.75 เมตร หัวและหน้าผากขาวและแคบ มีเขายาวและโค้งงาม แนวหลังตรงเป็นโคต้นตระกูลของโพันธุ์โฮลสไตน์ (Holstein) พันธุ์ช็อตฮอร์น (Shorthom) และพันธุ์เรดโพล (Red Poll)
  2.  longfrons เป็นโคขนาดเล็ก เขาสั้น หน้าสั้น และหน้าผากกว้าง มีสันตรงกระหม่อม มักจะมีสีพื้นเดียวกันทั้งตัว อาจเป็นสีน้ำตาลแถบคำถึงสีเทา เป็นดันตระกูลของโคพันธ์เจอร์ซี่ และพันธุ์เกิรันซี่ 
  3.  brachycepharey เป็นโคขนาดปานกลาง หัวสั้น ได้แก่ โดพันธุ์ดีวอนและพันธุ์เคอร์รี่ (
  4.  frontosus มีถิ่นกำเนิดในสวีเคน เป็นโขนาคใหญ่ปานกลาง มีหัวใหญ่ เขาตรง เป็นต้นตระกูลของโคพันธุ์ซิมเมนทอล 

โคอินเดีย (Bos indicus)

เป็นโคที่มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย ปากีสถาน อาฟริกา และประเทศต่าง ๆ ในเอเชียอาคเนย์ มีลักษณะต่างจากโคยุโรป คือ มีตระโหนกใหญ่ (บางชนิดอาจมีตระโหนกไม่เด่นชัด) แนวหลังไม่ตรง บั้นท้ายลาค ปลายหางไม่มีกระดูก เหนียงคอและหนังพื้นท้องหย่อนยาน หูยาวแหลมพับตกหนังหลวมบาง ขนขึ้นตั้งชัน กระลูกสะโพกแคบไม่โปนมาก ขายาวเดินเร็ว ผิวหนังมีต่อมเหงื่อ มากกว่าโคยุโรป 

เพราะอาศัยอยู่ในแถบร้อนของโลก จึงสามารถทนร้อนได้ดี ทนทานต่อการเลี้ยงนทุ่งหญ้า ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ทุรกันดารได้ดี และทนต่อเห็บและแมลง โตเต็มวัยใช้เมื่ออายุประมาณ 5-7 ปี ให้เนื้อและนมไม่มาก ได้แก่ พันธุ์ Red Sindhi และ Sabiwal เป็นต้น

 

การเลี้ยงดูจึงต้องคำนึงถึงความสามารถในการปรับตัวในสภาพอากาศ ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม การเลี้ยงดูและความต้องการของตลาด โคเนื้อที่ดีส่วนใหญ่เป็น โคยุโรป ซึ่งไม่ค่อยมีความทนทานต่อสภาพอากาศ สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู และโรคต่าง ๆ ของเขตร้อน แต่ประเทศไทยมีการนำโคเนื้อพันธุ์ยุโรปเข้ามาเลี้ยงเพื่อปรับปรุงคุณภาพของโดพื้นเมืองให้ดีขึ้น

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่