Time Travel

การเดินทางข้ามเวลา

Time Travel 

ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ได้มีทฤษฎีหนึ่งที่เกี่ยวกับ Time Travel หรือ การเดินทางข้ามเวลา ซึ่งทำให้ผู้คนให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ใครๆไม่ว่าอยู่ ณ ที่แห่งใด ก็คงอยากจะเดินทางข้ามเวลากันบ้าง หรือภาพยนตร์ต่างๆ อย่างเช่นเรื่อง Back to the future ก็นำเอาการเดินทางข้ามเวลามาทำให้เนื้อเรื่องของหนักมีความน่าสนใจมากขึ้นกันทั้งนั้น

 

การเดินทางข้ามเวลา Time Travel เป็นอย่างไร?

โดยทฤษฎีการเดินทางข้ามเวลานี้ ถือว่าสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาและทำการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องเวลา โดยเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีความเชื่อว่า เวลานั้นสามารถถูกนึกภาพได้ในฐานะของมิติ เช่นเดียวกันกับพื้นที่ แล้วมนุษย์เราก็สามารถที่จะเดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ ได้ในทุก ๆวันของการใช้ชีวิต แล้วทำไมถึงจะทำเช่นนั้นกับเวลาบ้างไม่ได้ ในเมื่อฐานะของเวลาและพื้นที่นั้นเป็นอันเดียวกัน

 

ฐานะของพื้นที่และเวลา คืออะไร?

ในเรื่องของพื้นที่ คุณสามารถไปยังสถานที่ใดบนโลกก็ได้หากคุณมีความต้องการที่จะไป ซึ่งอาจจะคล้ายกับเวลา ที่คุณสามารถไปยังจุดใดก็ได้ที่คุณต้องการ ซึ่ง Nikk Effingham เป็นนักปรัชญาแห่งมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ในสหราชอาณาจักร กล่าวไว้และเสริมว่า จากจุดนั้น จะถือเป็นก้าวที่สั้นสู่การผลิตเครื่องย้อนเวลา

 

ทฤษฎีคู่ขนาน คิดอย่างไร?

โดย Wells ซึ่งเป็นนักเขียนนวนิยาย เขาไม่ใช่นักฟิสิกส์แต่อย่างไร แต่ฟิสิกส์ก็สามารถทำตามความคิดของเขาได้ทันในปี ค.ศ. 1905 โดยเมื่อ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เผยแพร่ส่วนแรกของทฤษฎีสัมพัทธภาพ ที่ทุกคนอาจจะรู้จักกันในชื่อทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (Special Relativity)

ได้มีคำกล่าวไว้ว่า พื้นที่และเวลาสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ และการวัดขนาดของทั้งพื้นที่และเวลาขึ้นอยู่กับความเร็วสัมพัทธ์ (Relative Speed) ของคนที่กระทำการวัดขณะนั้น

ซึ่งราว2-3ปีให้หลัง นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อว่า Hermann Minkowski ได้ทำการแสดงให้เห็นว่า ทฤษฎีของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นั้น คือพื้นที่และเวลาสามารถคิดออกมาได้เป็นสองคุณลักษณะ เอกลักษณ์ 4 มิติที่รู้จักกันในชื่อ ปริภูมิ-เวลา (Space-time)

ดังนั้น ในปี 1915 ไอน์สไตน์ จึงได้ทำการออกมาสรุปส่วนที่สองของทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (General Relativity) โดยทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป เป็นการสร้างภาพให้กับแรงโน้มถ่วงในรูปแบบใหม่ นั่นคือแทนที่เราจะคิดมันว่าเป็น แรง โดยทฤษฎีนี้ได้อธิบายแรงโน้มถ่วงว่าเป็นส่วนที่บิดหรือห่อหุ้มด้วยปริภูมิ-เวลา เอาไว้แทน แต่ทว่า ทฤษฎี สัมพัทธภาพพิเศษ ที่ถูกคิดขึ้นมานั้น ก็คงจะเพียงพอที่จะให้เราเริ่มเงื่อนไขในเรื่องการเคลื่อนย้ายข้ามเวลาได้

โดยในทฤษฎีนั้นยังกล่าวไว้อีกว่า เวลา มีความคล้ายคลึงกับพื้นที่มากกว่าที่เราเคยคิดมาก่อนหน้านี้  Clifford Johnson นักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ทำการกล่าวและเสริมขึ้นว่า ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่เราสามารถทำกับพื้นที่ได้ เราก็จะสามารถทำกับเวลาได้เช่นกัน

โดยทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ไม่ได้ให้วิธีเกี่ยวกับการย้อนเวลา แต่ให้วิธีของการไปข้างหน้า และไปยังอัตราที่คุณสามารถควบคุมมันได้อย่างแท้จริง

และถ้าหากสมมติว่า หากคุณมีความต้องการที่จะมุ่งหน้าไปยังระบบดาวอัลฟา เซนทอรี (Alpha Centauri) ในยานอวกาศด้วยความเร็วสูง ในขณะที่คู่แฝดของคุณยังอยู่บนโลก เมื่อคุณกลับมาบ้าน คุณจะพบว่าคุณมีอายุน้อยกว่าคู่แฝดของคุณ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ขัดกับเรื่องที่ปกติธรรมชาติ

 

และนี่ก็เป็นอีกเพียงทฤษฎีหนึ่งของมนุษย์เราที่ได้ทำการคาดคะเนและค้นคว้าความน่าสนใจเอาไว้ โดย ณ ตอนนี้เรายังไม่สามารถรู้เห็นได้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ยังคงเป็นเพียงทฤษฎีหนึ่งเท่านั้น โดยบนโลกใบนี้ยังมีอีกหลายความลับหลายทฤษฎีที่น่าสนใจที่รอให้คุณได้ศึกษาอยู่อีกเพียบ

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่

หรือ ที่นี่