Reproduction

การสืบพันธุ์ ของสิ่งมีชีวิต

การสืบพันธุ์ Reproduction ของสิ่งมีชีวิต

ลักษณะและขั้นตอนของการสืบพันธุ์ Reproduction คือ การเพิ่มจำนวนของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น ๆ ให้มากขึ้นกว่าที่มี โดยหน่วยที่เกิดขึ้นมาใหม่จะมีรูปร่างลักษณะและการดำเนินชีวิตเหมือนกันกับบรรพบุรุษหรือผู้ที่ให้กำเนิดพวกมันขึ้นมา โดยบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับการสืบพันธุ์กันว่ามีเนื้อหาเป็นอย่างไร

Reproduction การสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต คืออะไร

โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว การสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต มักจะมีด้วยกันทั้งหมดอยู่ 2 แบบ ใหญ่ ๆ คือการสืบพันธุ์ชนิดไม่อาศัยเพศ (ASEXUAL reproduction) และการสืบพันธุ์ชนิดอาศัยเพศ (SEXUAL reproduction) การสืบพันธุ์ชนิดไม่อาศัยเพศ นั้นเกิดจากการที่สิ่งมีชีวิตเพียงหน่วยเดียวทำการทวีจำนวนโดยวิธี fission, budding, sporulation หรือ fragmentation วิธีใดวิธีหนึ่งแล้วหน่วยใหม่ที่ได้จะมีลักษณะเหมือนกับหน่วยเดิมทุกประการ

และในส่วนของการสืบพันธุ์ในแบบชนิดที่ต้องอาศัยเพศนั้น จะเกิดจากการที่เซลล์สืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในเพศผู้ (sperm) มาทำการผสมหรือการปฏิสนธิ (fertilization) กับเซลล์สืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเพศเมีย (egg)  และผลที่ได้ออกมานั้นจะเป็นไซโกต (zygote) ทั้งนี้ยกเว้นสิ่งมีชีวิตที่มีครบทั้งสองเพศอยู่ในตัวเดียวกัน(monoecious) ในการสืบพันธุ์ชนิดอาศัยเพศ นี้หน่วยใหม่ที่เกิดขึ้นจะรวมเอาลักษณะของพ่อและแม่มาไว้ด้วยกัน

แบ่งเซลล์แบบ mitosis

วิธีการแบ่งเซลล์แบบ mitosis เป็นการทวีจำนวนเซลล์เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย การแบ่งเซลล์แบบนี้พบในสิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วย multicellular organism ปรากฏการณ์เกี่ยวกับการแบ่งเซลล์นี้ได้มีการศึกษาเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1841 โดยนักชีววิทยาชื่อ Robert Remak ได้เสนอความคิดเห็นว่าเซลล์ทั้งหลายเกิดมาจากเซลล์ที่มีอยู่เดิม 

ในปี ค.ศ. 1844 นักชีววิทยาชื่อ Karl Nagei ได้ทำการทดลองสนับสนุนโดยต่อมาอีกประมาณ ปี ค.ศ. 1865 ออสการ์ เฮิร์ทวิด ได้ค้นพบกลุ่มเส้นใยภายในตั้งชื่อว่าโครโมโซม ซึ่ง วิลเฮล์ม ฟอน วาลเดเยอร์ ทำการศึกษาไว้เมื่อปี ค.ศ. 1888 ต่อมาในปี ค.ศ. 1910 มอร์แกน และผู้ร่วมงานได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโครโมโซม 

และต่อมาพบว่าโครโมโซมประกอบขึ้นด้วยหน่วยเล็ก ๆ ซึ่งเรียกว่า Genes ซึ่งในปัจจุบันพบว่าคือสาร DNA ในปี ค.ศ. 1953 James Watson กับ F.H.C. Click ได้ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับโครงสร้างของ DNA และในที่สุดก็สามารถสร้างหุ่นจำลองโครงสร้างของ DNA สำเร็จ

ระยะ mitosis

และถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงในระยะ mitosis นี้ จะไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนมากสักเท่าไหร่ แต่ก็อาจจะแยกออกเป็นขั้นต่าง ๆได้ ตามความแตกต่าง และได้ออกมาเป็นทั้งหมดด้วยกัน4ขั้น คือ 

  1. prophase 
  2. meta-phase 
  3. anaphase 
  4. telophase

 แต่ก่อนที่นิวเคลียสจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับขั้นทั้งสี่ขั้นนี้ จะอยู่ในระยะที่เรียกว่า interphase หรือระยะ mela-bolic stage หรือที่ทุกคนอาจจะเคยเรียนมาในชั้นต้น ๆ ว่าระยะพัก resoling stage นั่นเอง

ขั้นตอน Interphase

ลักษณะของเซลล์ในระยะนี้ จะพบว่านิวเคลียสอยู่ในบริเวณกลางเซลล์ล้อมรอบด้วยเยื่อหุ้มnuclear membrane ซึ่งเป็นผนังสองชั้น ภายในบรรจุด้วยสารเหลวที่ใสแต่หนืดข้นซึ่งเรียกว่า nucleoplasm หรือ nuclear sapและมีท่อนโดรโมโซมลอยอยู่ทั่วไปในจำนวนที่เป็นลักษณะเฉพาะชนิดของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ โครโมโซมแต่ละท่อนภายใน จะมีเส้นใยยาวขดอยู่สองส้น 

โดยในแต่ละเส้นเรียกว่า chromonema โครโมโซมแต่ละท่อนในนิวเคลียส จะมีคู่ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับอีกท่อนหนึ่ง โครโมโซมที่มาเป็นคู่กันได้นี้ แต่ละท่อนเรียกว่า โฮโมโถกัส โครโมโขม homologous chromosome เป็นโครโมโซม

ที่นำลักษณะของพ่อ (paternal chromosome) ท่อนหนึ่งและนำลักษณะของแม่ (maternal chromosome) อีกท่อนหนึ่ง เซลล์ที่มีจำนวนโครโมโซมครบทุกคู่ เรียกจำนวน โครโมโซมในเซลล์นั้นว่า จำนวนดิพลอยด์ ถ้าจำนวนโครโมโซมลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของจำนวนเดิม เรียกว่าโดรโมโซมชุดนั้นมีจำนวนเฮพพลอยด์ ซึ่งจะพบได้ในเซลล์สืบพันธุ์ทั่ว ๆ ไป

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่