Primate

แก่นของบุคลิกภาพและลักษณะความเป็นไพรเมทของมนุยษ์

แก่นของบุคลิกภาพและลักษณะความเป็นไพรเมท Primate ของมนุษ์

เพื่อให้เข้าใจในเรื่องแก่นของบุคลิกภาพ  Primate  นักมานุษยวิทยาได้ให้ความสนใจศึกษาลักษณะของไพรเมท ซึ่งเป็นขั้นที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นมนุษย์นั่นเอง

ลักษณะของไพรเมท Primate

  1. เป็นสัตว์ในตระกูลเลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ซึ่งได้แก่ มนุษย์ กลุ่มลิงหรือวานร เป็นต้น
  2. เป็นสัตว์ที่มีมือและเท้า ซึ่งมี 5 นิ้ว ไว้กำและยึดเกาะ สามารถใช้ประโยชน์กับการอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีต้นไม้ปกคลุม นอกจากนั้นยังสามารถใช้มือและเท้าหยิบจับและค้นหาสิ่งต่าง ๆ ได้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นประโยซน์อย่างยิ่งกับกลุ่มลิงคือตอนแรกเกิด ลูกลิงจะมีความสามารถเกาะตัวแม่ไว้ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบสนองแบบหนึ่ง โดยที่แม้แม่ลิงจะเคลื่อนไหวปีนป้ายไปได้โดยไม่ต้องจับลูกอ่อน)
  3. ความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกอ่อนจะใกล้ซิดกันเป็นเวลายาวนานกว่าสัตว์สายสกุล (species) อื่น ตัวเมียจะให้นมลูกอ่อนซึ่งจะทำให้เกิดใยสัมพันธ์ระหว่างกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในพวกไพรเมทจะมีระยะเวลาใกล้ชิดลูกยาวนานกว่าสัตว์ในตระกูลเลี้ยงลูกด้วยนมด้วยกัน

เนื่องจากระบบประสาทที่ซับซ้อนและการพัฒนาการทางสมองของไพรเมทนั้นต้องการเวลาในการประสานงานกันลูกอ่อนที่แรกเกิดของสัตว์ไพรเมทจะอยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้ต้องพึ่งพิงแม่ ต้องอยู่กับแม่เป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือน ก่อนที่จะไปไหนมาไหนได้เอง จะเห็นจากกรณีศึกษาของ Jane van  Lawick-Goodall ได้สังเกตพฤติกรรมของชิมแปนซี (chimpanzee)ในป่าของแทนซาเนีย

เธอใช้ความพยายามที่ทำให้ชิมแปนซีคุ้นเคยกับเธอจนสามารถเฝ้าดูพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตของชิมแปนซีได้อย่างใกล้ชิด และได้จดบันทึกพฤติกรรมของลูกชิมแปนซีกำพร้าแม่ 4 ตัว อายุประมาณ 3 ปี (ชิมแปนซีจะเติบโตเร็วกว่ามนุษย์เมื่อเทียบอายุขวบปีเท่ากัน) แม้ว่าทั้ง 4 ตัวจะได้รับการเลี้ยงดูจากชิมแปนซีตัวอื่นที่เป็นเครือญาติกันก็ตาม แต่ทั้ง 4 ตัว มีอาการซึมเศร้า และมีการพัฒนาพฤติกรรมผิดไปจากปกติ

  1. ไพรเมทจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มสังคมมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย ซึ่งอาจจะอยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก เช่น ลิงกิบบอน (gibbon) ที่อยู่รวมกันโดยมีตัวผู้ตัวแมียและลูกหรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ เช่น ลิงบาบูน (baboon) ตัวผู้ที่แก่กว่าคุ้มครองช่วยเหลือตัวที่อ่อนแอกว่า
  2. การพึ่งพิงตัวแม่จะลดลง เมื่อลูกเจริญวัยขึ้น โดยจะมีการสมาคมกับสมาชิกตัวอื่นในฐานะที่มนุษย์อยู่ในกลุ่มไพรเมท จึงมีลักษณะดังกล่าวช้างต้นด้วย แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือมนุษย์จะมีการพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทส่วนกลางที่ชับร้อนระยะของการเป็นทารกที่ต้องพึ่งพิงแม่จะยาวนานกว่าไพรเมทประเภทอื่น

อย่างไรก็ตามแม้ว่ามนุษย์ทุกคนเริ่มต้นจากการชวยตัวเองไม่ได้ แต่มนุษย์จะเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตของตนและรับผิดชอบ การพัฒนาการเหล่านี้เป็นไปตามวัยที่เจริญเติบโตขึ้นและตามความสามารถ

ซึ่งรวมไปถึงการรับรู้ในศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ที่เป็นมรดกตกทอดมาการพัฒนาการของมนุษย์ในด้านความสมบูรณ์ทั้งสติปัญญาและความสามารถมีผลต่อการหล่อหลอมแก่นของบุคลิกภาพในแบบที่สนองความต้องการของสังคม (Fulfillment Model)

อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานปรากฎอยู่บ้างว่าการพัฒนาดังกล่าวมีผลต่อการมีบุคลิกภาพแบบขัดแย้ง (Conflict Model) ได้เพราะในช่วงเวลาของการพึ่งพิงอยู่กับแม่นั้น อาจจะเกิดปมที่เรียกว่าปมโอติปุส (Oedipus complex) และปัญหาทางด้านอารมณ์จิตใจที่ปรับไม่ได้ในเรื่องของ การเป็นอิสระและการพึ่งพิง

ภาษาและวัฒนธรรมกับการพัฒนาการของมนุษย์

ภาษาทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ไพรเมทอื่น และภาษาเป็นพื้นฐานสำคัญของวัฒนธรรมของมนุษย์ ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมมีอยู่ในแต่สังคมมนุษย์เท่านั้น หากพิจารณาชวงชีวิตของมนุษย์จะพบว่าสวนใหญ่ของชีวิตจะผูกพันอยู่กับภาษาซึ่งทำให้โลกของประสบการณ์ของมนุษย์แตกต่างจากพวกลิงและวานร ทั้งที่ลักษณะอื่นทั่วไปของความเป็นไพรเมทจะมีลักษณะร่วมกัน ดังที่กล่าวมาแล้วก็ตาม

 

และทั้งหมดที่กล่าวมานั้นก็เป็นเนื้อหาและความรู้ในเรื่องของไพรเมทที่นักมานุษยวิทยาทำการศึกษากัน

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่