MASS COMMUNICATION SYSTEMS

ระบบสื่อมวลชน

ระบบสื่อมวลชน MASS COMMUNICATION SYSTEMS

ในทุกประเทศสื่อมวลชน MASS COMMUNICATION SYSTEMS ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความหลากหลาย มีแนวคิดที่แตกต่างกันออกไป แต่มีทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า สื่อมวลชนปฏิบัติหน้าที่ไปตามรูปแบบและสีสันของโครงสร้างทางสังคมและการเมือง ถ้าจะดูความแตกต่างระหว่างระบบสื่อมวลซนได้อย่างครบถ้วน จึงต้องดูที่ระบบสังคมที่สื่อมวลชนปฏิบัติหน้าที่ ในการมองความสัมพันธ์ที่แท้จริงของระบบสังคมกับสื่อมวลซน จำเป็นต้องดูถึงความเชื่อและลมมติฐานพื้นฐานของ

การจำแนกระบบของสื่อมวลชน MASS COMMUNICATION SYSTEMS ในโลกนี้

สามารถจำแนกตามเหตุผลหรือทฤษฎีทางปรัชญาและการเมืองได้เป็น 4 ทฤษฎีตามวิวัฒนาการของระบบสื่อมวลชนดังนี้ คือ

  1. อำนาจนิยม (The Authoritarian Theory)
  2. เสรีนิยม (The Libertarian Theory)
  3. ทฤษฎีโซเวียตคอมมิวนิสต์ (The Soviet Communist Theory)
  4. ทฤษฎีความรับผิดชอบต่อสังคม (The Social Responsibility Theory)

สื่อมวลชนตามทฤษฎีอำนาจนิยม

เป็นทฤษฎีที่สื่อมวลชนนำมาใช้เก่าแก่มากที่สุด เกิดขึ้นมาภายใต้บรรยากาศอำนาจนิยมของช่วงท้ายในยุคการฟื้นฟูศิลปวิทยา(Renaissance) หลังกำเนิดของการประดิษฐ์การพิมพ์ สังคม นี้ความจริงไม่ได้ถูกกำหนดโดยมวลชน แต่ถูกกำหนดโดยคนฉลาดเพียงไม่กี่คนที่อยู่ในตำแหน่งที่จะนำและสั่งประชาชน

 ดังนั้น ความจริงจึงถูกจัดวางอยู่ใกล้ศูนย์กลางของอำนาจ การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนจึงเป็นการกระทำตามคำสังจากเบื้องบนลงสู่เบื้องล่าง ผู้ปกครองในยุคนั้น ใช้สื่อมวลซนเพื่อแจ้งในประซาชนทราบถึงความคิดของผู้ปกครองที่ประชาชนควรจะรู้ และนโยบายของผู้ปกครองที่ประชาชนควรจะสนับสนุน 

ระบบสื่อมวลชนตามทฤษฎีเสรีนิยม

โดยทฤษฎีนี้เกิดขึ้นหลังจากทฤษฎีอำนาจนิยม ประเทศต่าง 1 มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเกิดเมืองใหญ่  ขึ้นมาอย่างมากมาย แนวคิดทางการเมืองเปลี่ยนแปลงจากสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีความเป็นอิสระทางศาสนา การขยายการค้ามีการท่องเที่ยวที่เป็นระบบเสรี ยอมรับระบบเศรษฐกิจแบบเสรี และยอมรับปรัชญาในยุคของการรู้แจ้ง (the Enlightenment) ทฤษฎีนี้เกิดขึ้นในตอนปลายศตวรรษที่ 17 และได้รับความ

นิยมเป็นอย่างมากในศตวรรษที่ 19 ทฤษฎีนี้มีมุมมองที่แตกต่างไปจากอำนาจนิยม โดยให้ความสำคัญของความเป็นมนุษย์ สามารถพึ่งตนเองได้ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น มนุษย์เป็นคนที่มีเหตุผล สามารถมองเห็นความแตกต่างระหว่างความจริง และความผิด สามารถตัดสินใจเลือกทางที่ดีกับทางเลือกที่เลว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ขัดแย้งหรือต้องเลือกทางเลือกต่าง

นอกจากระบบสื่อมวลชนตามทฤษฎีอำนาจนิยม ( The Authoritarian Theory) ทฤษฎีเสรีนิยม (The Libertarian  Theory) ทฤษฎีโซเวียตคอมมิวนิสต์(The soviet Communist Theory) และ ทฤษฎีความรับผิดชอบต่อสังคม( The Social Responsibility Theory) แล้วยังมีทฤษฎีในระบบสื่อสารมวลชนอีก 2 ทฤษฎี ที่จะได้กล่าวถึง ต่อไปนี้ คือ

  1. ทฤษฎีสื่อมวลชนเพื่อการพัฒนา (The communication Theory: Development)
  2. ทฤษฎีสื่อมวลชนที่ประชวชนเป็นผู้มีส่วนร่วมแบบประชาธิปไตย (The Communication Theory : demo critic – participant)

 

ซึ่งระบบสื่อมวลชนตามทฤษฎีสื่อมวลชนเพื่อการพัฒนาทฤษฎีนี้เป็นทฤษฎีที่พูดถึงการสื่อสารในโลกที่ 3 (Third World Communication) มีแนวคิดมาจากคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศเพื่อศึกษาปัญหาการสื่อสารขององค์การยูเนสโก(UNESCO International Commission for the Study of Communication Problems)

และมีสถานการณ์ร่วมกันบางสถานการณ์ของประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของประเทศเหล่านี้ ประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายมีความต้องการที่จะให้สื่อมวลซนทำหน้าที่ในการพัฒนาในด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ และการสร้างชาติ เป็นต้น เพื่อให้การพัฒนาบรรลุไปตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ สื่อมวลชนจะต้องคำนึงถึงว่า เสรีภาพบางประการของสื่อมวลชนและนักสื่อสารมวลชนจะต้องมาทีหลังความรับผิดชอบของสื่อมวลชนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างชาติ

 

ในขณะเดียวกันแทนที่จะเน้นในเรื่องเสรีภาพสวนบุคคลก็ต้องหันมาเน้นในเรื่องจุดหมายร่วมกันของคนในชาติ ตลอดจนเน้นที่ “สิทธิในการสื่อสาร (a right to communication”) ซึ่งยึดตามมาตรา 19 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ที่บัญญัติว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะมีเสรีภาพในความคิดเห็นและการแสดงออก สิทธินี้รวมไปถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา รับ และแจ้งข่าวสารและความคิดผ่านสื่อใดสื่อหนึ่งโดยปราศจากพรมแดน

 

หากต้องการอ่านเรื่องราวอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่