Homosexual

การรักร่วมเพศ

การรักร่วมเพศ Homosexual

สำหรับ ณ ปัจจุบันนี้ สังคมทั่วโลกอาจเปลี่ยนไปเยอะในเรื่องของเสรีในการใช้ชีวิตของผู้คน แต่ก็ยังมีหลาย ๆ ประเทศ หรือ เมืองที่ยังไม่เปิดใจกว้างในเรื่องนี้เท่าไหร่นัก ปัญหาความรักในบุคคลเพศสภาพเดียวกัน ของ ทอม ดี้ เกย์ กระเทย เป็นปัญหารักร่วมเพศ Homosexual อย่างหนึ่งในทางสังคมศาสตร์ที่เกิดขึ้นในสั่งคมปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมตะวันตก ซึ่งมีจำนวนผู้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากปกติแบบนี้ประมาณ 15% นักวิชาการมีความคิดเห็นว่า ไม่มีสังคมใดในโลกที่ไม่ประสบปัญหานี้ โดยใยบทความนี้เราจะพูดถึงปัญหาชนิดนี้ในทางสังคมศาสตร์กัน

การที่มีรสนิยมแบบรักร่วมเพศ homosexuality เป็นพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากปกติ

การให้คำนิยามของคำว่ารักร่วมเพศนั้น คือ บุคคลที่นิยมชมชอบ มีความรัก และแสดงถึงดวามรักในบุคคลเพศเดียวกันและบุคคลที่สามารถแสดงถึงความรักในบุคคลเพศเดียวกัน โดยไม่ต้องมีความนิยมชมชอบ หมายถึง การแสดงออกซึ่งความรักต่อบุคคลพตเดียวกัน เช่นในเพศชายกับเพศชายหรือเพศหญิงกับเพศหญิง ในเพศหญิงอาจเรียก เลสเบี้ยน ก็ได้
โดยหากอิงจากในยุคสมัยโบราณ พฤติกรรมของการรักร่วมเพสเป็นที่ยอมรับในสังคมชั้นสูง ในสังคมปัจจุบันได้รับการประณามว่าเป็นโรคจิต จากการประชุมของสมาคมจิตแพทย์ สหรัฐอเมริกา ในปี 2517 ให้การยอมรับพฤติกรรมรักร่วมเพดว่าเป็นสิ่งปกติธรรมดา ไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติแต่ประการใด ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้กับผู้ใด ขึ้นอยู่กับความพอใจของบุดคล จากการวิจัยในอังกฤษพบว่า วัยรุ่นชายหญิงชาวอังกฤษ ในช่วงอายุ 15-19 ปี ร้อยละ 5 มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ

ประเภทต่าง ๆ ของรักร่วมเพศ เป็นอย่างไร

  • คำว่า ทอม มาจากคำว่า ทอมบอย หมายถึงเด็กผู้หญิงที่มีพฤติกรรมการแสดงออกและการแต่งกายเป็นผู้ชาย
  • คำว่า ดี้ มาจากคำว่า เลดี้ หมายถึงผู้หญิงที่นิยมชมชอบในเพศเดียวกันและเป็นคู่ควงของทอม
    โดยสำหรับลักษณะของทอม ดี้ แท้ หมายถึง ผู้หญิงที่มีจิตใจ พฤติกรรมการแสดงออกที่นิยมชมชอบในเพศเดียวกันและทอม ดี้เทียม หมายถึงวัยรุ่นที่แต่งกาย เป็นแบบ ทอมบอย สมาร์ทแบบชาย และหวาน ๆ แบบหญิง ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ไม่ได้มีพรุติกรรมทางเพสด้วยกัน พอเลยวัย (15-25 ปี) ก็จะเข้าลักษณะชายจริงหญิงแท้ ชอบที่จะแต่งกาย และเดินด้วยกันแบบทอมกับดี้ เพื่อตามแฟชั่นและรู้สึกเป็นจุดเด่นไปไหนใคร ๆ ก็สนใจมองหรือกระทำเพื่อเรียกร้องความสนใจตามแบบฉบับของวัยรุ่น
  • และคำว่า กะเทย ชาวตะวันตกเรียกว่าเกย์ แปลว่ารื่นเริง มาจากคำว่า guy หมายถึง ผู้ชาย

กะเทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • 1. แบบกระเทยแท้ หมายถึงบุคคลที่มีความผิดปกติทางเพศ ลักษณะท่าทาง สภาพจิตใจและฮอร์โมนเพศ มาแต่กำเนิด ถ้ามีร่างกายเป็นชาย จิตใจก็จะเป็นหญิง หรือ ถ้าร่างกายเป็นหญิงจิตใจก็จะเป็นคล้ายผู้ชาย เป็นความผิดปกติของธรรมชาติที่สมดวรได้รับความเห็นใจจากสังคมหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง Tussy ของดัสติน ฮอฟแมนเข้ามาฉาย นิยมเรียกกะเทยในศัพท์ใหม่ว่าตุ๊ด
    2. แบบกะเทยเทียม หมายถึงผู้ชายทีนิยมการแต่งกายบบผู้หญิง แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่
    ทรานส์เซ็กชวล ได้แก่ ผู้ชายที่แต่งกายเป็นหญิงและต้องการเป็นหญิงเต็มตัวโดยการผ่าตัดแปลงเพส เพื่อให้เป็นสตรีโดยสมบูรณ์แบบ
    ทรานส์เวสไตน์ ได้แก่ ผู้ชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิงเพราะชอบสนุกเห็นว่าสวยดีหรือเพราะงานอาชีพ สามารถทำรายได้ดี โดยไม่คิดที่จะแปลงเพศ

ทฤษฎี เกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาการรักร่วมเพศ

  • 1. วัฒนธรรม พฤติกรรมรักร่วมเพศเกิดมีขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก แต่เป็นพฤติกรรมและวัฒนธรรมย่อยที่สังคมไม่ยอมรับ จึงกลายเป็นปัญหาสังคม
  • 2 สิ่งแวดล้อม เจ๊กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ที่เกิดมาและได้รับการอบรมเลี้ยงดูในสิ่งแวดล้อม ที่เป็นเพศตรงกันข้าม ก็อาจจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นได้ คือเด็กผู้หญิง จะมีลักษณะท่าทาง พฤติกรรม ท่าทีการแสดงออกดล้ายเด็กผู้ชาย ไม่ชอบสวมกระโปรง ถ้ำกูหบังตับเมื่อใค จะรู้สึกไม่สบาย ปวดศีรษะ ตัวร้อนขึ้นมาทันที และเด็กผู้ชายจะมีพฤติกรรมคล้ายผู้หญิงเช่น ชอบแต่งหน้าทาปาก จริตกิริยา กระตุ้งกระติ้งเหมือนผู้หญิง หรืออาจจะเป็นเพราะว่าในครอบครัว การแสดงออกซึ่งความรักของบิดามารดา แสดงว่ารักและนิยมชมชอบเด็กผู้ชายมากกว่า ทำให้เด็กผู้หญิงพยายามทำตัวเลียนแบบให้เหมือนเด็กผู้ชาย ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการผิดเพศขึ้นได้ เช่น ลูกชายคนเดียวท่ามกลางลูกสาว หรือบุตรสาวคนเดียวท่ามกลางพี่ชาย เป็นต้น

และในเรื่องของทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ซิกมันต์ พรอยด์ ให้ความเห็นในว่า เด็กผู้ชายมีความโน้มเอียงที่จะรักมารดา มากกว่าบิดา และเด็กผู้หญิง มีความโน้มเอียงที่จะรักบิดา มากกว่า จึงเกิดที่จะเลียนแบบมารดาและบิดา อาจทำให้เกิดปัญหาการรู้สึกผิดเพศขึ้นมาได้อีกเช่นกัน

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่
หรือ ที่นี่