Groundnut

ทำความรู้จัก ถั่วลิสง

ถั่วลิสง Groundnut

จัดเป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูล Leguminous มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Arachis hypogaea มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษอยู่หลายชื่อ เช่น Pindar, peanut, earthnut, goober, monkeynut. ในประเทศไทยมีชื่อ เรียกทั่วไปว่า “ถั่วลิสง groundnut ” ในภาคเหนือเรียก “ถั่วดิน” ชาวภาคใต้เรียก “ปกใต้ดิน หรือ ถั่วใต้ดิบ” และที่จังหวัดประจวบคีรีขัน เรียก “ถั่วคุก” พืชใน genus Arachis มีอยู่ 19 species, พืชเหล่านี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในmวีปอเมริกาใต้ทั้งสิ้น เป็นพืชยืนต้น

ถิ่นกำเนิดและการ แพร่กระจายของถั่วลิสง groundnut

มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ แถบประเทศปารากวัย ต่อมาถั่วลิสงได้แพร่กระจายไปทั่วหวีปอเมริกาใต้ ได้มีการค้นพบซากในถ้ำของประเทศเปรูประมาณ 800 ปีก่อนคริตศักราช ต่อมาถั่วลิสง ได้มีการแพร่เข้าไปในทวีปอเมริกาเหนือ จากหลักฐานของซากถั่วลิสง  พบว่าในตอนต้นคริตศักราช พืชชนิดนี้ได้มีการแพร่ขึ้นไปถึงประเทศเม็กชิโกแล้ว และจากนั้นถั่วลิสงก็ได้เพร่ไปสู่ทั่วบริเวณตอนใต้ของทวีปอเมริกา และหมู่เกาะเวสอินดีส(West indies) ในคริตศตวรรษที่ 16 ชาวโปตุเกตได้นำถั่วลิสงจากประเทศทั่วโลก บราซิลไปสู่ทวีปแอฟริกา โดยเข้าทางตะวันตกของทวีป และชาวสเปญได้นำถั่วลิสงจากอเมริกาใต้ไปสู่หมู่เกาะฟิลลิปินส์

 ต่อมาถั่วลิสงจากหมู่เกาะฟิลลิปินส์ ก็ได้เพร่กระจายเข้าสู่ประเทศจีบ.ญี่ฝุ่น.และเข้าทางประเทศมาเลเซียไปสู่ประเทศไทย,พม่าเละอินเดียไปจนถึงแถบแอฟริกาตะวันออก ในปัจจุบันมีการปลูกถั่วลิสงกันมากใน เถบประเทศเมืองร้อน และกึ่งเมืองร้อน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของถั่วลิสง

  1. ราก

มีระบบรากแก้ว(top root system) ที่มีรากแซนงมากมาย  นอกจากนั้นยังมี adventitious root ที่เกิดจาก hypocotyl และที่แตกออกจากข้อของลำต้นที่เลื้อยบนผิวดินถั่วลิสงไม่มีชนราก (root hair) เพราะไม่มี epidermis ที่แท้จริงบริเวณที่มีการดูดน้ำและแร่ธาตุจะอยู่เหนือขึ้นมาจากปลายรากประมาณ8-10 มีลลิเมตร ระบบรากแก้วของถั่วลิสงจะหยั่งลึกลงสู่ใต้ดินได้ถึง 2เมตร 

และแพร่กระจายตามความกว้างได้ถึงประมาณ 1.5 เมตร รากของถั่วลิสงส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณใกล้กับผิวดินภายในความลึกประมาณ 5 เซนติเมตร ส่วนรากแขนงจะอยู่ลึกจากผิวดินเพียง 2-3 เ ซนติเมตร เท่านั้น รากถั่วลิสงสามารถสร้างปมราก (nodules) ได้เช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่วทั่วไป

  1. ลำต้น

 main stem ของถั่วลิสงเกิดจากตายอดของ epicotyl1 และกิ่งแขนง (lateral monopodialbranch) 2 กิ่งแรกจะเกิดจากตาที่ข้อของใบเลี้ยง ตาที่ปลายยอดของลำต้นหลักก็จะเจริญเติบโตในลักษณะเดียวกันนี้กระทั่งต้นถั่วลิสงมีข้อทีลำตนหลักประมาณ 3-5 ขอ 

สำหรับกิ่ง แขนงที่เกิดขึ้นจากตาที่ข้ออาจแตกเป็นกิ่งย่อยได้อีก ตาดอกอาจเกิดขึ้นยังที่ข้อของลำต้น หรือกิ่งแขนงแทนการแตกกิ่งก็เป็นได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของพันธุ์ ลำตนหลัก หรือกิ่งแขนงของต้นถั่วลิสง ลำต้นอ่อน และกิ่งอ่อนมีลักษณะ เป็นเหลี่ยม เมื่อมีอายุมากขึ้นจะมีลักษณะกลม 


  1. ใบ

จัดอยู่ในประเภทใบประกอบ pinnate คือ มีใบย่อยอยู่ตรงกันเป็นคู่ ๆ จำนวน 2 คู่ ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายใบย่อยมน ขอบใบเรียบ ขนาคของใบย่อยประมาณ 3-7 x 2-3 เซนติเมตร ใบย่อยมีสีเขียว ใบถั่วลิสงมีก มีก้านใบยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร 

4.ดอก

 ตาดอกของถั่วลิสงเกิดขึ้นที่ซอกของก้านใบ ข้อที่มีการ แตกกึ่งแขนงหรือกึ่งย่อยจะไม่มีตาดอกเกิดขึ้น  ถั่วลิสงออกดอกเป็นช่อแต่ไม่มีก้านช่อดอก ดอกถั่วลิสงแต่ละช่อจะมีดอก 1 -3 ดอกหรือมากกว่านั้น ดอกถั่วลิสงไม่มีก้านดอก (Sessile) ข่อดอกจะเกิดขึ้นที่โคนลำต้นหลักหรือโคนกิ่งแขนงมากกว่าที่ปลาย ดอกในช่อดอกเดียวกันจะบานไม่พร้อมกัน และจะบานเพียงวันละ 1 ดอกเท่านั้น 

 

การผสมละอองเกสร (pollination) ของถั่วลิสงจะเกิดขึ้นในตอนดวงอาทิตย์ขึ้นก่อนที่ดอกจะบาน อับละอองเกสรที่มีลักษณะรูปไข่จะแตกก่อนอับละอองเกสรรูปกลม หลังจากการผสมเกสร แล้ว calyx tube จะร่วงไปเหลือแต่รังไข่กับฐานของก้านเกสรตัวเมีย

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่