grammar

กฎต่างๆของการใช้ไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษ

กฎต่างๆของการใช้ไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษ Grammar in English

ในการใช้ไวยากรณ์ Grammar ในภาษาอังกฤษนั้น เรียกได้ว่ามีหลักการใช้อยู่อย่างมากมายเลยทีเดียว ที่จะใช้อย่างไรให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ต่าง ๆ แล้ว โดยผู้คนที่เรียนในเรื่องของภาษาอังกฤษนั้นต่างก็บอกว่า เรียนยิ่งลึกก็ยิ่งสื่อถึงความยากออกมา ดังนั้นในบทนี้เราเราจะพาทุกคนไปทความรู้จักกับหลักการใช้ไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษที่เราทำการยกตัวอย่างมานั้น ว่าเป็นอย่างไร

Grammar In English มีหลักการใช้อย่างไรบ้าง?

  1. การใช้ “There is” กับนามเอกพจน์ที่ตามมา และ “There are” กับนามที่เป็นพหูพจน์หรือนามที่เป็นเอกพจน์หลายๆคำที่ตามมา ยกตัวอย่างเช่น
  • ผิด in the corner there is a table and a lamp.
  • ถูก in the corner there are a table and a lamp. แปลว่า ที่มุมตัวนั้นมีโต๊ะตัวหนึ่งและตะเกียง

โดยถ้าประโยมีการขึ้นต้นด้วย here หรือ there แล้วมีนามเป็นเอกพจน์ตามกริยาแล้วนั้น กริยานั้นจะต้องเป็นเอกพจน์ด้วย ถ้ามีนามเป็นพหูพจน์ตามกริยา กริยานั้นจะต้องเป็นพหูพจน์ด้วย ตัวอย่างเช่น

  • Here comes the twin. ผิด
  • Here come the twin. ถูกต้อง แปลว่าฝาแฝดมาแล้ว

 

  1. ประโยคใดก็ตาม ที่มีส่วนทั้งของประธานที่เป็นบอกเล่าแลปฏิเสธ กริยาของประโยคนั้นจะต้องคล้อยตามส่วนของประธานที่เป็นบอกเล่า

 ในหลายๆคนอาจเคยสงสัยว่า ส่วนของประธานที่เป็นบอกเล่านั้นคืออย่างไร ที่จริงแล้วส่วนของประธานที่เป็นบอกเล่า ก็คือ ส่วนที่ไม่มีคำปฏิเสธนั่นเอง นั่นก็คือคำว่า not นำส่วนหน้าของประโยค ส่วนประธานที่เป็นปฏิเสธ ก็คือส่วนที่มีคำว่า not นำหน้านั่นเอง โดยขอให้จำไว้ว่าพจน์ (number) ของกริยานั้นจะต้องมีการคล้อยตามพจน์ของส่วนที่เป็นบอกเล่า ตัวอย่างดังนี้

  • I, not he, id the owner of this store. หากเขียนแบบนี้คือผิด
  • I, not he, am the owner of this store. เขียนแบบนี้ถูกต้อง แปลว่า ผม,ไม่ใช่เขา, เป็นเจ้าของร้านนี้

โดยจะสามารถเห็นได้ว่าประธานของประโยคที่แท้จริงแล้วนั้นก็คือ I ไม่ใช่ he ดังนั้น กริยาจึงจำเป็นที่จะต้องคล้อยตามประธานที่แท้จริงนั่นเอง มิใช่นามหรือสรรพนามที่อยู่ใกล้กริยา

 

รู้หรือไม่ว่าสรรพนามที่อ้างถึงนามเอกพจน์หรือพหูพจน์ข้างหน้า จะต้องคล้อยตามนามตัวที่อยู่ใกล้กับสรรพนามเสมอ

 โดยปัญหาเช่นนี้นั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อที่นามที่นำหน้าตัวหนึ่งเป็นเอกพจน์และอีกตัวเป็นพหูพจน์ เมื่อผู้เขียนจะใช้สรรพนามก็เลยเกิดความงงขึ้นมาได้นั่นเอง และไม่ทราบว่าจะใช้ตัวไหนดีถึงจะถูกต้องตามหลักการ 

ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเขียนกฎไว้ให้เป็นแนวทางเพื่อจะได้นำไปใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักการ และสามารถเขียนภาษาอังกฤษได้ดี เพราะไม่เช่นนั้นแล้วกก็อาจจะเขียนกันแบบผิดๆต่อไป และไม่สามารถรู้ได้เลยว่าการเขียนตามหลักกฎเกณฑ์ที่ถูต้องตามหลักไวยากรณ์นั้น เขียนอย่างไร

ตัวอย่างเช่น

  • Either Kik or her boyfriends may miss her bus. เขียนแบบนี้คือผิด
  • Either Kik or her boyfriends may miss their bus. เขียนแบบนี้ถูกต้อง แปลว่า ไม่กิ๊กก็แฟนของเธออาจจะพลาดการขึ้นรถเมล์

 

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ทั้งหมดนี้เองก็เป็นส่วนหนึ่งของความรู้เรื่องหลักการใช้ไวยากรณ์ของการเขียนภาษาอังกฤษอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักกฎเกณฑ์ที่แท้จริง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่