Break The Promise

การผิดคำสัญญากับลูก

Break The Promise

การสัญญาลมๆ แล้งๆแล้วทำไม่ได้ของพ่อแม่ เป็นการ Break The Promise ที่แย่มากอบ่างหนึ่ง ซึ่งการสัญญานั้น มักเป็นวิธีการหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ชอบใช้เป็นเครื่องมือการต่อรอง เวลาที่อยากให้เด็กเชื่อฟัง ซึ่งทุกคนเข้าใจว่า มันไม่ใช่วิธีที่ดีสักเท่าไร แต่บางครั้งก็จำเป็นที่ต้องใช้ เพราะเป็นวิธีที่จะหลอกให้เด็กเชื่อฟังได้ง่ายๆ เมื่อเวลาคุณรีบอยากให้ลูกคุณทำอะไรสักอย่าง คุณต้องหาแรงจูงใจ(ทั้งด้านบวกและลบ) มาให้เขาทำ เช่น “ถ้าหนูยังไม่หยุดร้องไห้ พ่อจะยึดของเล่นแล้วนะ” หรือ “ถ้าหนูอยู่นิ่งๆ สัก 15 นาที กลับบ้านไปพ่อจะให้รางวัล” แล้วถ้าเกิดลูกคุณยอมทำตามคุณ​แต่คุณไม่ได้ทำตามสัญญาล่ะ? คุณคิดว่าคงไม่เป็นอะไรหรอกใช่ไหม? โดยบทความนี้เราจะเขียนให้คุณได้รู้ถึงว่าหากคุณสัญญาแล้วทำไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

Break The Promise สัญญาแล้วทำไม่ได้ของพ่อแม่ เป็นอย่างไร ?

 มีหลายงานวิจัยที่ออกมายืนยันว่า พฤติกรรมที่ไม่ดีแบบนี้ อาจส่งผลต่อความเชื่อใจระหว่างพ่อแม่และลูกที่มีให้กัน เพราะว่าเด็กมีความคิดได้และพวกเขาฉลาดกว่าที่คุณคิด ในที่สุดพวกเขามักจะเริ่มจับสัญญาณได้ว่า สัญญาที่คุณให้กับเขาอาจจะไม่เป็นเรื่องจริง

งานวิจัยยังพบว่า เด็กรักษาสัญญาและคาดหวังให้คนอื่นรักษาสัญญากับเขาเช่นเดียวกัน พวกเขาจะทำตามพฤติกรรมของผู้ใหญ่ โดยมีงานทดลองชื่อดังอย่างงาน ทดลองมาร์ชเมลโล่ แสดงให้เห็นว่า การมีปฏิสัมพันธ์ที่เชื่อถือได้กับผู้ใหญ่ ส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมอย่างนั้นในภายหลัง เด็กที่มีความใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ที่ทำตามคำพูด จะมีความอดทนในการรอที่จะหยิบมาร์ชเมลโล่มากกว่าเด็กอีกกลุ่ม เพราะเขาเลือกที่จะเชื่อฟังคำสั่งของผู้ทดลอง ซึ่งเป็นผลสรุปของงานวิจัยชิ้นนี้

 

เมื่อผู้ใหญ่ผิดคำสัญญา ต้องทำอย่างไร ?

เมื่อผู้ใหญ่ผิดคำสัญญา โดยหากเมื่อรู้ตัวแล้ว อาจจะทำเป็นการสอนเด็กว่าพฤติกรรมเช่นนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับได้แต่ไม่ควรมีครั้งต่อไปอีก เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับการผิดคำสัญญา  โดยถ้าหากคุณอยากให้ลูกเห็นคุุณค่าของความเชื่อถือได้ คุณต้องแสดงให้เห็นว่า เขาสามารถเชื่อคุณได้ และคุณก็เป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ

 

พฤติกรรมใดที่ไม่ควรทำต่อเด็ก

  • การขู่แบบหลอก ๆ ก็สามารถส่งผลเสียได้เช่นเดียวกัน เมื่อผู้ใหญ่ขู่แบบหลอก ๆ ตลอดเวลา จะเป็นการบ่อนทำลายความเข้าใจของเด็กเกี่ยวกับกฎและผลที่ตามมา โดยเด็กจะเข้าใจว่า กฎนั้นสามารถถูกใช้ได้หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท ณ ตอนนั้น มากไปกว่านั้น แทนที่จะใช้วิธีดังกล่าวด้านบน จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายกลยุทธ์ที่ครอบครัวสามารถนำมาใช้ในการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณไม่อยากที่จะระเบิดออกมาในวันหยุดที่แสนจะมีความสุขกับครอบครัว

กลยุทธ์ใดที่คุณควรเอาไว้ใช้กับเด็ก

  • กลยุทธ์แรกคือ ‘การตัดไฟตั้งแต่ต้นลม’ การที่เด็กประพฤติตัวไม่ดี มักมีอยู่ 4 เวลา นั่นคือเมื่อตอนเขา หิว เบื่อ เหนื่อย หรือต้องการความสนใจ ลองหาดูว่าพฤติกรรมนั้นของลูกคุณเกิดจากอะไร แล้วแก้ปัญหาให้ถูกจุดจะช่วยได้ นอกจากนี้ หากคุณอยากให้ลูกทำพฤติกรรมอะไรสักอย่าง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คุณทำพฤติกรรมนั้นก่อน จะช่วยให้เด็กเห็นถึงความคาดหวังของคุณมากยิ่งขึ้น ถ้าพฤติกรรมของลูกคุณเริ่มจะไปกันใหญ่ คงเป็นเรื่องยากที่คุณนิ่งนอนใจและคิดหาวิธีรับมือกับพฤติกรรมนั้นๆ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ให้คุณลองพยายามมองเข้าไปอย่างเข้าอกเข้าใจในพฤติกรรมของลูกคุณ ณ ขณะนั้น หรือมองภาพใหญ่ให้กว้างว่าสาเหตุที่ลูกทำตัวไม่ดีเป็นเพราะอะไร

 

การจะสนับสนุนให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดี ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรชมทุกครั้ง เมื่อเด็กทำสิ่งที่คุณเห็นว่าดีจริงๆ เพื่อเป็นแรงสนับสนุนให้เขาทำต่อไป แทนที่จะให้คำสัญญาลมๆ แล้งๆ พ่อแม่อย่างเราต้องพยายามเปลี่ยนพฤติกรรม ถึงแม้ว่าจะยาก เพราะเราเคยชินกับวิธีการแบบนั้น แต่ถ้าทำได้ ก็จะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของลูกและเราในระยะยาวแน่นอน

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่

หรือ ที่นี่