Amaranth

ทำความรู้จัก ผักโขม

 Amaranth

ผักโขม  Amaranth  ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารที่เรารับประทานกันในทุกวันนี้หลากหลายเมนู อาทิเช่น มันบดผักโขม ที่เรารู้จักกันดี แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ผักโขมนั้น มีประโยชน์อย่างไรบ้าง มีสรรพคุณทางยาอะไรบ้างที่ช่วยบำรุงร่างกาย หากรับประทานเข้าไปแล้วจะมอบคุณประโยชน์อย่างไรบ้างแก่ร่างกายคนเรา โดยบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำการศึกษากันถึงคุณประโยชน์ของผักโขมนั่นเอง

Amaranth ผักโขม คืออะไร?

มีชื่อท้องถิ่นที่เรียกว่า ผักโหม, ผักโหมเกลี้ยง และกระเหม่อลอเตอ เป็นต้น โดยเป็นพืชที่สามารถกำเนิดขึ้นได้ทั่วไปตามแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ  เช่น ริมทาง ในป่าละเมาะ ในป่ารกร้าง บนสวนผักผลไม้ของชาวบ้าน 

มีลักษณะเป็นไม้พุ่มที่ไม่สูงเท่าไหร่นัก และยังเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุปีเดียว มีความสูงโดยประมาณ 30-100 ซม. ลักษณะของลำต้น มีความอวบน้ำ เป็นสีสีเขียว ทำการตั้งลำต้นตรงและมีการแตกกิ่งก้านออกมามาก โคนของลำต้นมีสีแดงแกมน้ำตาล ใบเป็นใบเดี่ยว มีรูปไข่คล้ายสามเหลี่ยม ใบออกลักษณะแบน ผิวเรียบแต่มีขนเล็กน้อย ดอกเป็นดอกช่อสีม่วงปนเขียว ดอกย่อยเรียงตัวกันอัดกันแน่น เมล็ดของมันมีลักษณะกลม เป็นสีน้ำตาลเกือบดำ และมีขนาดที่เล็ก

 

ผักโขมมีกี่สายพันธุ์

 ในส่วนของประเทศไทยนั้น จะมีผักโขมอยู่หลายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ที่นิยมนำมารับประทานเป็นอาหารได้แก่ 

  • ผักโขม 
  • ผักโขมสวน
  •  ผักโขมหัด 
  • ผักโขมหนาม 

 

รสชาติของผักโขมเป็นอย่างไร

จัดเป็นพืชที่ไม่มีรสชาติขมเหมือนชื่อของมันแต่อย่างไร แต่กลับมีรสชาติออกไปทางหวานหน่อย ๆด้วยซ้ำ สามารถนำมาทำอาหารกินได้อย่างง่ายแน่นอน โดยไม่ต้องกลัวว่าจะขมจนเกินไป

 

มีคุณค่าทางสารอาหารอะไรบ้างที่อยู่ในผักโขม

  • โปรตีน 
  • กรดอะมิโน 
  • วิตามิน

 และแร่ธาตุต่าง ๆ อย่างเช่น 

  • วิตามินเอ,วิตามินบี 2 ,วิตามินบี 6 ,วิตามินบี 9 ,วิตามินเค
  •  ธาตุแคลเซียม 
  • ธาตุเหล็ก 
  • ธาตุแมกนีเซียม
  •  ธาตุโพแทสเซียม
  •  ธาตุทองแดง
  •  ธาตุแมงกานีส
  •  ธาตุสังกะสี 

 

คนประเภทใด ที่ไม่ควรรับประทานผักโขม?

โดยผักชนิดนี้นั้น มีปริมาณของสารออกซาเลต ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง โดยถ้าหากผู้ที่ป่วยเป็นโรคพวกนี้ไม่ควรกิน

  • โรคนิ่ว 
  • โรคเกาต์ 
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ 

หรือผู้ที่ต้องการสะสมปริมาณของแคลเซียมในร่างกายเป็นจำนวนมาก ควรที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานผักโขมในปริมาณมาก ๆ โดยมีคำแนะนำสำหรับการทำอาหารกับผักชนิดนี้ว่า หากนำผักโขมไปทำการปรุงอาหารด้วยวิธีการทอด การคั่ว จะสามารถช่วยลดปริมาณสารออกซาเลตได้ดีที่สุด แต่การนำไปนึ่งหรือต้มจะช่วยลดลงได้บ้างระดับหนึ่ง

 

ประโยชน์และสรรพคุณของผักโขมมีอะไรบ้าง

  • ช่วยบำรุงกำลังร่างกายทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรง
  • ในผักโขมมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเมื่อมีอายุมากขึ้น
  • ผักโขมช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนให้แก่ร่างกาย เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยบำรุงและรักษาสุขภาพสายตา ป้องกันความเสื่อมของดวงตา
  • มีส่วนช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง ชะลอปัญหาความจำเสื่อม
  • ช่วยบำรุงโลหิตในร่างกาย ให้เลือดมีความสมบูรณ์อย่างที่สุด
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้
  • ช่วยรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้คงที่อยู่อย่างสม่ำเสมอ
  • ช่วยให้เจริญอาหาร แก้อาการเบื่ออาหารได้
  • ช่วยแก้อาการแน่นท้อง
  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้สะดวก เพราะมีเส้นใยสูง
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร
  • ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)
  • ใช้รักษาโรคริดสีดวงทวารและจมูก (ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้อาการปวดท้องประจำเดือน เพราะช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณช่องท้อง
  • ใช้แก้ผดผื่นคัน (ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษาฝี กลาก เกลื้อน (ทั้งต้น)

 

โดยจะเห็นได้ว่า ผักโขมนั้นสามารถหามารับประทานได้ง่ายมาก เพราะเป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ตามบ้านของเราโดยทั่วไป แถมยังมีสรรพคุณทางยาและคุณค่าทางสารอาหารอยู่มากมายอีกด้วย เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของคนเราเป็นอย่างมาก

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่