A love that can survive

ความรักที่สามารถจะอยู่กันรอด

ความรักที่สามารถจะอยู่กันรอด ในช่วงต่อสู้โควิด-19

ปัจจุบัน ความรักที่สามารถจะอยู่กันรอด นี้มีข่าวของชาวจีนที่มีคู่รักได้หย่าล้างกันเป็นจำนวนมาก  โดยเชื่อกันว่าเกิดจากสาเหตุที่คู่รักใช้เวลาในช่วงโดดเดี่ยวตนเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มันเกิดเพิ่มขึ้นทุกวัน

สอดคล้องกับคำกล่าวของ ไอเดน โจนส์ ผู้บริหารองค์กรครอบครัวที่อย่าร้างกัน ที่กล่าวว่า ความสัมพันธ์มีความสำคัญอย่างมากที่จะพาเราให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ แต่กลับพบว่า การอยู่คนเดียวเป็น การเว้นระยะห่างทางสังคม และความกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงินทองที่อาจยิ่งสร้างแรงกดดันให้แก่คู่รักหรือคู่สามีภรรยาเป็นต้น

แล้สเรานั้นควรทำอย่างไรในสถานณะการต่อนี้และกำลังกับความเครียดที่เกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นแล้ว เราควรจะเร่งแก้ไขอย่างไร เว็บไซต์ ดิ อินดิเพนเดนต์ ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์หลายคนหาคำตอบมาให้ทุกคน

คู่ที่สมรสเป็นสามีภรรยา

อย่าคิดไปเองว่าควรรู้สึกอะไรต่อไป หรือคิดล่วงหน้าไปก่อน

โรคระบาดที่ทั่วโลกนั้นเจิดปัญหาในตอนนี้ ไม่เพียงแค่ในระดับสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ของคน ด้วย แม้เราอาจจะเคยผ่านบททดสอบที่ยากลำบากมาแล้วมาก่อน นี่ก็ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่เราไม่คิดว่าจะมาถึง แต่ อีเฟอ ดรูรี่ นักบำบัดด้านความสัมพันธ์ บอกว่า ประเด็นหลักคือการไม่ทึกทักเอาว่าอีกคนจะรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น “บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่าคนอื่นกำลังมีความรู้สึกหรือมีความคิดเช่นเดียวกับที่เราคิดหรือรู้สึก”

“การคาดเดาจะบ่มเพาะให้เกิดความขุ่นเคืองใจในคู่สามีภรรยา มันเป็นสิ่งที่มีความคิดผิดๆ และสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับการคาดเดาก็คือบทสนทนาที่เปิดกว้างและชัดเจน ดังนั้น เราจึงควรหลีกเลี่ยงการเดาใจ เนื่องจากไม่เคยมีใครเผชิญกับการระบาดที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกที่เราจะรับมือกับสิ่งนี้แตกต่างกันไป

สื่อสารกันอยู่เสมอ

ในปัจจุบันที่เรานั้นเจอสภานณะการที่ร้ายร้ายที่สุดในชีวิต อาจเป็นเรื่องยากที่จะมีการพุดคุยกันอย่างเปิดอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเรารู้สึกกลัวและสับสน แต่ดรูรี่กล่าวว่า การพูดคุยคือสำคัญที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ตลอดรอดฝั่ง

“ความวิตกกังวลอาจสร้างการตอบสนองทางอารมณ์ในแง่ลบ ก่อให้เกิดความโกรธเกรี้ยวหรือหงุดหงิดใจ หากเราต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้ เราจึงควรระมัดระวังการตอบสนองของเรา”

“หากไม่สามารถจัดการกับความสับสนและการตอบสนองได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือการสื่อสาร ลองให้เวลาตัวเองหรือบอกคนที่เรารักว่า เรากำลังมีปัญหา และเราอาจจะแสดงท่าทีที่ดูแปลกไป นี่จะช่วยลดความเป็นไปได้ในการตอบโต้ในแบบที่อาจทำให้เรารู้สึกเสียใจไปตลอด และยิ่งเพิ่มความเครียดไปอีก เรานั้นความเลือกหาความสบายใจกับชีวิตที่เจอกับตอนนี้มากกว่า

เคท มอยล์ นักวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว บอกว่า การสื่อสารคือสิ่งสำคัญ ลองพยายามและแสดงความชัดเจนกับอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากเรารู้สึกหงุดหงิดหรือเครียดจยเกินไป อาจลองใช้ “คำแถลง” ที่พูดถึงตนเอง เพื่อสื่อสารว่าเรารู้สึกนั้นเอง