5 เรื่องที่ พ่อแม่ ไม่ควรทำ

การเป็น พ่อแม่ ที่ดี

 

บทความนี้เขียนถึง พฤติกรรมที่ไม่ดีสำหรับที่ พ่อแม่ ไม่ควรทำกับลูก โดย การเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่า เราจะสามารถทำอะไรได้ตามใจตนเองทุกอย่างได้ทุกเรื่อง พ่อแม่ไม่สามารถเป็นเจ้าชีวิตของลูกกได้ เด็กย่อมมีชีวิตและความนึกคิดเป็นของเขาเอง

 

5 พฤติกรรมที่ พ่อแม่ ไม่ควรทำกับลูก

 

1.กำหนดและจัดการแทนลูกทุกอย่าง

 

การที่ พ่อแม่ เข้าไปกำหนดจัดการทุกอย่างไม่ต่างเท่าไรกับการจุกจิกจู้จี้ และจะสร้างความรู้สึกอึดอัด ไม่เป็นตัวของตัวเองให้แก่ลูกได้ รู้จักเว้นระยะให้เขาได้รู้จักการจัดการชีวิตตัวเองเพื่อที่เขาจะสามารถแก้ปัญหาในชีวิตด้วยตัวเองได้

 

อย่าลืมว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้าไปจัดการให้ทุกเรื่อง ในอนาคตภายหน้าเขาจะไม่รู้จักปัญหาและการแก้ไข การก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ด้วยตัวเอง เพราะอย่างไรแล้วคนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ได้จะอยู่กับลูกไปตลอด เมื่อเขาเติบโตขึ้นก็ต้องเดินทางไปในชีวิตด้วยตนเอง

 

2.ความห่วงที่เหมือนเป็นข้อห้าม

 

การที่มีข้อห้ามเต็มไปหมด แต่อ้างว่าเป็นห่วง หรือไม่อยากให้ลูกทำสิ่งนั้น ไม่อยากให้ทำสิ่งนี้ คุณจำเป็นจะต้องปล่อยให้ลูกได้ใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการบ้าง

 

อย่าห้ามโดยใช้คำว่าเป็นห่วง เพราะจะยิ่งทำให้ลูกของคุณรู้สึกเหมือนโดนปิดกั้น โดนบังคับอยู่เสมอ เป็นห่วงและคอยดูเขาเติบโตพร้อมกับแนะนำ พร้อมสนับสนุนเขาทุกทาง และทุกการตัดสินใจก็เพียงพอแล้ว

 

3.การใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

การใช้อารมณ์กับเด็ก จะส่งผลต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกว่าโดนข่มขู่ บางคนอาจจะฝังใจจำและก่อเกิดเป็นความรุนแรงทางอารมณ์ในอนาคตได้

 

โดยเวลาที่คุณพ่อคุณแม่รู้สึกโมโหอะไรมา ไม่ควรมาลงกับลูก ควรรอให้อารมณ์เย็นลงก่อนแล้วจึงค่อยคุยกัน พูดด้วยเหตุผลดี ๆ แค่นี้ลูกของคุณก็จะเชื่อฟังแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องใส่อารมณ์กับเขา เพราะเขาคงอยากจะฟังคุณพูดด้วยมากกว่าใช้อารมณ์กับเขานะ และการที่ทำแบบนี้เขาจะให้ความเคารพคุณด้วยใจจริงๆ ด้วย

 

4.อย่าแอบอ่านข้อความในมือถือ /อีเมล์ /ไดอารี่

 

เมื่อลูกเริ่มเป็นวัยรุ่น เขาต้องการพื้นที่ส่วนตัวและไม่อยากรู้สึกโดนรุกล้ำจากกคนเป็นพ่อแม่ การแอบอ่าน แอบเปิดดู จะทำให้ลูกรู้สึกไม่ไว้ใจคุณ

 

หากคุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงอยากรู้ว่าชีวิตของลูกตอนนี้เป็นอย่างไร มีปัญหาที่โรงเรียน มีปัญหากับเพื่อนหรือเปล่า ให้ลองใช้วิธีพูดคุยถามกันตรงๆ หรืออาจจะเริ่มด้วยการแชร์เรื่องราวของคุณในแต่ละวันให้เขาฟังก่อน และขอให้เขาเล่าเรื่องของตัวเองให้คุณฟังบ้าง แบบนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อใจให้กันได้มากกว่าการแอบดู

 

5.เข้ามาในห้องหรือพื้นที่ส่วนตัวโดนที่ไม่บอกกันก่อนย่อมไม่ดีแน่

 

ถ้าอยากให้ลูกไว้ใจและรูสึกเคารพ คุณควรทำให้เขาเห็นก่อน การที่จะเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขา เช่น ห้องนอน คุณควรจะเคาะห้อง หรือถ้าจะเก็บของเข้าไปทำความสะอาดให้ก็ควรบอกก่อนสักนิด

 

โดยการปฏิบัติตัวดังกล่าวถือเป็นมารยาทที่ดีในการอยู่ร่วมกัน ถ้าคุณทำให้เขาเห็น เขาก็จะปฏิบัติตามด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

หากได้อ่านบทความนี้แล้วพ่อแม่คนไหนที่มีพฤติกรรมแหล่านี้ ควรยุติมันลงซะและทำการปรับเปลี่ยนให้ไปในทางที่ดี เพื่อลูกของคุณเอง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่

 

หรือ ที่นี่